1.รับประทานอาหารผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บล็อกโคลี่ ฯลฯ เพื่อป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
2.รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่นๆเพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
3.รับประทานอาหารที่มีเบต้า – แคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผักสด ผลไม้สีเขียว – เหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร, กล่องเสียง และปอด
4.รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง เช่น ผักสด ผลไม้ต่างๆ เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร
5.ควบคุมน้ำหนัก โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับมะเร็งมดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่การออกกำลังกาย และการลดการรับประทานอาหารที่ทำให้พลังงานสูง ก็จะช่วยป้องกันมะเร็งเหล่านี้ได้
7 ประการเพื่อลดความเสี่ยง
1.ไม่รับประทานอาหารที่มีราขึ้น อาหารที่มีราขึ้น โดยเฉพาะราสีเขียว-เหลือง จะมีสารพิษอัลฟาทอกซินปนเปื้อน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของ โรคมะเร็งตับ
2. ลดอาหารที่มีไขมัน อาหารไขมันสูง จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ และต่อมลูกหมาก
3. ลดอาหารดองเค็ม อาหารปิ้งย่าง รมควัน และอาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรต ไนไตรท์ อาหารเหล่านี้จะทำให้เสี่ยงต่อ มะเร็งหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่
4. ไม่รับประทานอาหารดิบๆ สุกๆ อาหารประเภทนี้ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯ จะทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ และเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งของท่อน้ำดีในตับ
5. หยุดหรือลดการสูบบุหรี่ สูบบุหรี่จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งช่องปาก และคอ
6. ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแอลกอฮอล์จะเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็ง ถ้าทั้งดื่มทั้งสูบบุหรี่ จะเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งช่องปาก
7. อย่าตากแดดจัด ตากแดดจัดมากเกินไปจะเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งผิวหนัง
การป้องกัน : การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันมะเร็ง
การป้องกัน : การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันมะเร็ง
1. พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ, พักผ่อนให้เพียงพอ, หาทางผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่างๆ อย่าอยู่ในที่ๆ อากาศไม่บริสุทธิ์ งดสิ่งเสพติด เช่น เหล้า บุหรี่ หมากพลู ยาฉุน, รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยคิดจากดัชนีความหนาของร่างกาย (BMI/Body mass index) ตามสูตรดังนี้
ดัชนีความหนาของร่างกาย = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วย ส่วนสูง (เป็นเมตร) ยกกำลังสอง
ปกติจะอยู่ในช่วง 20-24.9 กก./ตารางเมตร ถ้าต่ำกว่า 20 แสดงว่าน้ำหนักน้อยเกินไป ถ้ามากกว่า 24.9 ก็แสดงว่าน้ำหนักมากเกินไป
2. อย่ากินอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนๆ
3. อย่ากินอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ (โดยเฉพาะปลาน้ำจืดดิบ) หรืออาหารที่มีเชื้อรา (เช่น ถั่วลิสงบด พริกแห้ง หัวหอม กระเทียมที่ขึ้นรา)
4. พยายามหลีกเลี่ยงอาหารโปรตีนหมัก เช่น ปลาร้า ปลาส้ม หมูส้ม แหนม หรือ เนื้อสัตว์ ที่หมักโดยผสมดินประสิว (เช่น เนื้อเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก แฮม) ถ้าจะกินควรทำให้สุกเพื่อทำลายสารไนโตรซามีนเสียก่อน
5. พยายามอย่ากินอาหาร หรือขนมที่ใส่สีย้อมผ้า (ซึ่งทำให้ดูสีสดใสน่ากิน) หรืออาหารที่มียาฆ่าแมลงเจือปนโดยเฉพาะ ดีดีที หรือยาที่เข้าสารหนู
6. ลดอาหารที่มีไขมัน (เช่น มันสัตว์, ของทอด, ของผัดน้ำมัน, อาหารใส่กะทิ) และจำกัดการกินน้ำตาล และของหวาน อย่าให้น้ำหนักตัวมากเกินเกณฑ์ปกติ ส่วนเนื้อสัตว์ใหญ่ (เช่น หมู วัว ควาย แกะ) ควรกินไม่เกินวันละ 80 กรัม (3 ออนซ์) ควรเลือกกินปลาและเนื้อสัตว์เล็กแทนสัตว์ใหญ่ ทางที่ดีควรกินสารโปรตีนจากถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (เช่น เต้าหู้ เนื้อเทียม) แทนเนื้อสัตว์

